Style Tips 01: Why I prefer Polo Shirt on the hottest day
ก่อนเข้าเรื่อง วันนี้ผมขอเปิดซีรีย์ใหม่ Style Tips ว่าด้วยทรรศนะเรื่องสไตล์และทิปส์การแต่งตัวสั้นๆ อ่านเร็ว ย่อยง่าย และใช้ได้ทันที ขอเริ่มปฐมบทของซีรีย์นี้ด้วยความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปในการทำสไตลิ่งในเขตร้อน ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลยครับ
Style Tips 01: “Why I prefer Polo Shirt on the hottest day
ผมเคยเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อนครับว่า “เมืองไทย ใส่อะไรก็ร้อนทั้งนั้น ขนาดนอนแก้ผ้าคุยกันยังร้อนเลย”
ถามว่าตอนนี้ยังร้อนไหม ตอบเลยว่าไหม้ แต่ยิ่งแก่ตัวไป ผมกลับยิ่งเข้าใจ (แกมปลง) ในเกมการแต่งตัวในเขตร้อนมากขึ้น

ชีวิตเปลี่ยนทันทีเมื่อเปลี่ยนจุดโฟกัสครับ แทนที่จะตั้งโจทย์ว่า แต่งยังไงให้ไม่ร้อน ผมเรียนรู้ว่าควรโฟกัสไปที่การแต่งยังไงให้อยู่กับความร้อนได้และยังรู้สึกสบายตัว โดยเฉพาะกับเหงื่อที่ไม่ว่าจะใส่อะไร ผมก็หนีมันไม่พ้น
เนื้อผ้า การทอ และทรงเสื้อจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยซับเหงื่อและระบายความร้อน
นอกจากปัจจัยเหล่านั้นแล้ว ผมพบว่า การทำสไตลิ่งให้รู้สึกสบายตัวท่ามกลางความร้อนนั้น กลับมีสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกอยู่หลายอย่าง เช่น ผมพบว่าผ้าแคชเมียร์ที่ไม่หนานั้นไม่ทำให้รู้สึกเปียกหรือเหนอะหนะ ใส่แล้วแห้งและสบายตัวกว่า เผลอๆ มันระบายอากาศและเฟรนลี่กว่าราชาแห่งผ้าเขตร้อนอย่างลินินเสียอีก หรืออีกอย่างที่ผมค้นพบคือ การใส่เสื้อมีปกกับแจ็กเก็ตในวันที่อากาศร้อนมากนั้น มัน practical และสบายตัวกว่าใส่กับเสื้อยืดคอกลม

อย่างที่เคยบอกไปว่าผมชอบใส่แจ็กเก็ตมากครับ เพื่อหนีความร้อนและไม่ทำให้ลุคนั้นดูทางการจนเกินไป เมื่อก่อนผมจึงเลือกใส่มันกับเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น เพราะเชื่อว่านั่นคือช้อยส์ที่ร้อนน้อยที่สุด แต่กลายเป็นว่า เมื่อไม่มีปกเสื้อ เหงื่อผมจึงไหลซึมปกสูท ผ้าวูลเปียกน้ำคือความรู้สึกที่ผมไม่ชอบที่สุดเลยครับ ผมจึงเปลี่ยนจากเสื้อยืดคมกลม มาใส่เสื้อคอตต้อนหรือลินินที่มีปกอย่างเชิ้ตหรือโปโล ซึ่งเมื่อก่อนเคยคิดว่ามันทั้งหนาและร้อนกว่าเห็นๆ แต่กลายเป็นว่า เมื่อเริ่มคุ้นกับมัน มันไม่ได้ร้อนขนาดนั้น และปกเสื้อพวกนั้นยังคอยซับเหงื่อให้ไม่เปื้อนคอสูทด้วย นั่นคือข้อพิสูจน์ครับว่า ทำไมคนสมัยก่อนจึงนิยมใส่เสื้อยืดหรือแม้แต่เชิ้ตคอตต้อนหรือลินินเป็น undergarment เพราะคุณสมบัติในการระบายอากาศและซับเหงื่อของมันนั่นเอง

Sunspel Riviera Polo รวมทุกคุณสมบัติที่ว่า เนื้อผ้าคอตต้อนบางแต่มีน้ำหนัก ทอคล้ายลาย hopsack แต่ทอห่างอย่าง see through (แน่นอน ในดีกรีที่ใส่แล้วไม่เขินตัวเอง) ทรง relax fit ปกเสื้อนิ่ม เข้ากับหลายสไตล์ตั้งแต่ sartorial ยันฮิปฮอป ใส่มันกับแจ็กเก็ตสูทหรือเบลเซอร์ไปพบลูกค้า ให้อารมณ์กึ่งทางการ (ในระดับที่ไม่กดดันลูกค้าเกินไปหากเขาคนนั้นแต่งตัวไม่ดี) ใส่มันกับ souvenir jacket เวียดนามจากปี 1966 ช่วยลดความดุดันของไอเท็มวินเทจจากสมรภูมิจริง ปรับสมดุลให้ทั้งลุคดูร่วมสมัย

ใส่มันกับกางเกงจีบสีขาว ตบท้ายด้วย Converse Weapon จากยุคเก้าศูนย์ นั่นคือลุคที่ทั้ง sport, ประณีตและชวนโยกย้ายไปตามจังหวะหัวใจที่เต้นในบีทฮิปฮอปโอลด์สคูล หรือจะใส่มันกับ workwear jacket ในวันที่ต้องทำงานแต่ขี้เกียจเกินไปที่จะใส่สูทผูกไทเข้าประชุม ผมจึงไม่แปลกใจเลยครับที่โปโลตัวนี้จะเป็นทางเลือกที่พยัคฆ์ร้าย 007 ใส่มันจิบเบียร์ริมหาดในวันที่ผละจากวอดก้ามาร์ตินี่และชุดทักซิโด้
และอย่างที่เคยบอกไปครับว่า ถ้ามันดีพอสำหรับเจมส์ บอนด์
มันเกินพอสำหรับผมครับ
สั้นๆ แค่นั้นเลย
เรื่อง Korakot Unphanit
ภาพ Opal Suwannakeeta